Please use this identifier to cite or link to this item: http://ns.nsru.ac.th/handle/nsru/366
Title: ระบบสารสนเทศฐานความรู้ชุมชนผ่านสมาร์ทโฟนสำหรับท้องถิ่น
Other Titles: Community Knowledge Base Information System on Smart Phone for Community
Authors: สมพร พูลพงษ์
Keywords: สารสนเทศ
สนเทศ
ความรู้ชุมชน
สมาร์ทโฟน
Issue Date: 2016
Publisher: คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
Abstract: ระบบเศรษฐกิจที่อาศัยความรู้ที่เป็นตัวขับเคลื่อนหลักนี้เรียกกันว่า “เศรษฐกิจฐานความรู้” (Knowledge-based Economy) ซึ่งทรัพย์สินความรู้นี้เรียกว่า “ทุนทางปัญญา” หน่วยงานใดที่มีการจัดการความรู้ระบบสารสนเทศที่ดีและมีประสิทธิภาพจะสามารถใช้ประโยชน์จากทุนทางปัญญาของตนที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ ซึ่งการสร้างสังคมให้คนในท้องถิ่นเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสารสนเทศในด้านต่างๆ และเกิดวัฒนธรรมของการแสวงหาความรู้ใหม่อย่างต่อเนื่องพร้อมเรียนรู้ต่อไป คือ การจัดการความรู้ เพราะความรู้ที่มีอยู่ในท้องถิ่นนั้นมีมากมายแต่ปัญหาที่พบก็คือ การนำเอาความรู้มาใช้ไม่เป็น เนื่องจากคนส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจถึงวิธีการจัดการกับความรู้ และไม่สามารถบูรณาการความรู้ที่มีอยู่เดิมกับความรู้ใหม่ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และ ด้านการสื่อสารออนไลน์ อาทิ อินเทอร์เน็ต สังคมออนไลน์ และ สมาร์ทโฟน เป็น เพื่อสังเคราะห์เป็นนวัตกรรมใหม่ได้ และการบูรณาการองค์ความรู้ของท้องถิ่นเข้ากับข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยีใหม่เพื่อก้าวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานความรู้ได้ (ศิริรัตน์ จาปีเรือง และ อมรรัตน์ วัฒนาธร. 2553) การบริหารจัดการความรู้มีองค์ประกอบที่สำคัญ 3 ประการคือ 1) การผลิตหรือการสร้างองค์ความรู้ 2) การแพร่กระจายความรู้ หรือการถ่ายทอด และ 3) การใช้ความรู้ ซึ่งจากปัญหาเดิมที่องค์การบริการส่วนตำบลอุทัยเก่า อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี ได้มีการดำเนินการบริการจัดการความรู้ของชุมชนโดยได้มีการสร้างองค์ความรู้และเผยแพร่ความรู้เพื่อให้นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ โดยมีการออกแบบกิจกรรมสร้างสุขภาวะของตำบลสู่การพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ประกอบด้วยระบบย่อยที่เกี่ยวข้อง 8 ระบบ 25 ฐานเรียนรู้และเป็นที่ยอมรับและมีชื่อเสียงแล้วนั้น ได้แก่ ระบบการบริหารจัดการตำบล ระบบสวัสดิการและการเงินชุมชน ระบบเกษตรปลอดภัย ระบบพลังงานทดแทน ระบบเศรษฐกิจชุมชน ระบบส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อเด็กและเยาวชน ระบบการดูแลสุขภาพ และ ระบบภูมิปัญญาท้องถิ่น (อภิรดา มีเดช. 2553) ซึ่งพบว่ามีการกระจายฐานเรียนรู้อยู่ในหมู่บ้านทั่วตำบล และ ผู้ที่มีความสนใจที่จะศึกษาแหล่งเรียนรู้ในเรื่องใดนั้นไม่ว่าจะอยู่ในท้องถิ่นตนเอง ท้องถิ่นใกล้เคียง หรือ ท้องถิ่นไกลๆ นั้น จะต้องเสียเวลาในการเดินทางมาศึกษาด้วยตนเองโดยในบางเรื่องก็มีความจำเป็นที่ต้องศึกษาด้วยการทำกิจกรรมจริงในพื้นที่ ซึ่งเป็นการเสียค่าใช้จ่ายสูง แต่บางสิ่งบางอย่างหรือความรู้บางเรื่องก็สามารถที่จะศึกษาหาความรู้และสอบถามความรู้เพิ่มเติมได้โดยไม่ต้องเดินทางมายังพื้นที่แหล่งความรู้ในสถานที่จริง ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนตำบลอุทัยเก่าควรจะเพิ่มเทคโนโลยี หรือการนำเทคโนโลยีมาใช้โดยเฉพาะเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งเป็นองค์ประกอบขององค์การแห่งการเรียนรู้หนึ่งที่สำคัญ คือ ช่องทางในการช่วยให้ติดต่อสื่อสารระหว่างกันท้องถิ่นภายนอกได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ได้แก่ อินเทอร์เน็ต เครือข่ายสังคม เป็นต้น จะช่วยทำให้มีการจัดระบบข่าวสารในท้องถิ่น การจัดเก็บสารนิเทศไว้ในรูปที่สามารถเรียกใช้ได้อย่างสะดวก และ สามารถผลิตสารนิเทศได้ จึงทำให้ความรู้อันมีค่าในท้องถิ่นสามารถถ่ายทอดและนำไปใช้ให้ก่อเกิดประโยชน์ได้สำหรับท้องถิ่นเองและประชาชนที่อยู่ในท้องถิ่นอื่นได้ ปัจจุบัน จำนวนการใช้สมาร์ทโฟนของประชาชนมีจำนวนมากขึ้น เนื่องจากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมได้ให้บริการเครือข่ายไร้สายผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ให้บริการได้อย่างรวดเร็วในระดับ 3G และจะมี 4G ในอนาคตนั้น มีการใช้งานที่ง่าย เรียนรู้การใช้งานได้รวดเร็ว มีการผลิตเพื่อให้เลือกใช้หลายระดับ มีหลายราคา มีประสิทธิภาพตามความต้องการ อีกทั้ง มีโปรแกรมพื้นฐานที่จะใช้ในการแสดงผลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ สามารถพกพาได้ง่าย สะดวกต่อการใช้งานได้ทุกที่ ทุกเวลา และ ทุกคนก็สามารถใช้งานได้ ซึ่งจะต่างจากการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะที่จะใช้งานได้เมื่ออยู่กับที่พักหรือที่ทำงาน จึงไม่สะดวกต่อความต้องการในการใช้งานในทันที แม้จะใช้โน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ (Notebook computer) ก็ยังมีขนาดใหญ่ที่จะพกพา ซึ่งสมาร์ทโฟนนี้สามารถใช้เป็นเครื่องมือเพื่อการสืบค้นและการบันทึกข้อมูลผ่านเครือข่ายไร้สายได้โดยการจัดหาโปรแกรมที่สะดวกต่อการใช้งาน และก่อให้เกิดประสิทธิภาพของการบันทึกข้อมูลได้ การให้ความรู้ในเรื่องระบบข้อมูลสารสนเทศและการใช้เทคโนโลยีกับประชาชนด้วยการจัดการความรู้ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตสามารถนำไปสู่สังคมเศรษฐกิจฐานความรู้ได้ ด้วยเหตุนี้ผู้วิจัยจึงสนใจที่พัฒนาระบบสารสนเทศฐานความรู้ชุมชนผ่านสมาร์ทโฟนสำหรับท้องถิ่นออนไลน์ที่มีการเตรียมแบบฟอร์มการกรอกข้อมูล การสืบค้น การเรียกใช้ และ การแสดงผลข้อมูลในรูปแบบแบบ Responsive Web Design ที่เป็นการออกแบบที่ทำให้เว็บไซต์แสดงผลได้อย่างเหมาะสมบนอุปกรณ์ที่ต่างกันคือ สมาร์ทโฟน รวมถึงการใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและโน้ตบุ๊คได้อีกด้วย ซึ่งสามาร์ทโฟนจะเป็นเครื่องมือในการเก็บบันทึก สืบค้น และ เผยแพร่ความรู้ของชุมชนที่จะเป็นแหล่งความรู้สำหรับสาธารณะ โดยผู้วิจัยจะถ่ายทอดความรู้ในการรวบรวม บันทึก และการใช้ประโยชน์องค์ความรู้ชุมชนด้วยระบบสารสนเทศฐานความรู้ชุมชนด้วยสมาร์ทโฟนที่มีใช้อยู่กันแล้ว นอกจากนี้ ชุมชนจะมีทักษะการสืบค้นและการเรียกใช้ข้อมูลจากฐานความรู้ชุมชน อีกทั้งจะสามารถนำข้อมูลที่มีการบันทึกไว้ในระบบสารสนเทศนำมาเสนอเพื่อการสังเคราะห์และสร้างฐานความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นในชุมชนบันทึกเข้าสู่ระบบสารสนเทศได้โดยชุมชนเอง เกิดเป็นองค์ความรู้ใหม่ เพื่อการเผยแพร่ และนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่อง โดยจะดำเนินการตามกระบวนการจัดการความรู้ ซึ่งสอดคล้องกับการเรียนการสอนของนักศึกษาระดับปริญญาตรี ได้แก่ โปรแกรมวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่จะต้องเรียนรู้ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการออกแบบและใช้งานโปรแกรมประยุกต์ในองค์กรเพื่อให้การจัดเก็บข้อมูล และการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารในองค์กรเป็นไปอย่างอัตโนมัติ อาทิ รายวิชาระบบสำนักงานอัตโนมัติ พร้อมกันนี้จะศึกษาและวิเคราะห์ระดับทักษะและความรู้การใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตว่าอยู่ในระดับใด โดยจะเป็นต้นแบบให้แก่ท้องถิ่นอื่นได้อย่างไรต่อไป
URI: http://ns.nsru.ac.th/handle/nsru/366
Appears in Collections:วิจัย

Files in This Item:
There are no files associated with this item.


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.